ตำแหน่งปัจจุบัน
  1. หน้าหลัก
  2. นโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายความเป็นส่วนตัวของ SEOLREIM CLINIC


Seolreim Clinic(ต่อไปเรียกว่า “บริษัท”) จัดทำและเผยแพร่นโยบายความเป็นส่วนตัวต่อไปนี้ตามมาตรา 30 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้และจัดการข้อร้องเรียนที่เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็วและราบรื่น

นโยบายความเป็นส่วนตัวมีเนื้อหาต่อไปนี้

1. วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

2. ระยะเวลาประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

3. รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลและวิธีเก็บรวบรวม

4. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี

5. การให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม

6. การมอบหมายประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

7. ขั้นตอนและวิธีทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

8. สิทธิ หน้าที่ และวิธีใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลและผู้แทนโดยชอบธรรม

9. มาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

10. การติดตั้ง การใช้งาน และการปฏิเสธอุปกรณ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคลอัตโนมัติ

11. ผู้รับผิดชอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

12. วิธีเยียวยาการละเมิดสิทธิและผลประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล

13. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว


1. วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ ข้อมูลที่ประมวลผลจะไม่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากนี้ หากเปลี่ยนวัตถุประสงค์ บริษัทจะดำเนินมาตรการจำเป็น เช่น ขอความยินยอมแยกต่างหาก ตามมาตรา 18 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(1) การสมัครและจัดการสมาชิกเว็บไซต์

ประมวลผลข้อมูลเพื่อยืนยันความประสงค์สมัครสมาชิก ระบุและยืนยันตัวตนในการให้บริการสมาชิก รักษาและจัดการสถานะสมาชิก ป้องกันการใช้บริการโดยมิชอบ ตรวจสอบความยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรมเมื่อประมวลผลข้อมูลเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี แจ้งประกาศต่าง ๆ และจัดการข้อร้องเรียน

(2) การให้สินค้าหรือบริการ

ประมวลผลข้อมูลเพื่อให้เนื้อหา ซื้อและชำระเงิน จัดส่งสินค้าหรือใบเรียกเก็บเงิน ให้บริการ และให้บริการเฉพาะบุคคล

(3) การใช้เพื่อการตลาดและโฆษณา

ประมวลผลข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลกิจกรรมและโฆษณา พร้อมโอกาสร่วมกิจกรรม ตรวจความถี่การเข้าถึง และจัดทำสถิติการใช้บริการของสมาชิก เป็นต้น


2. ระยะเวลาประมวลผลและเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

(1) บริษัทประมวลผลและเก็บข้อมูลส่วนบุคคลภายในระยะเก็บรักษาและใช้งานที่เจ้าของข้อมูลยินยอมเมื่อเก็บรวบรวม เมื่อบรรลุวัตถุประสงค์หรือเจ้าของข้อมูลขอยุติบริการ จะทำลายข้อมูลนั้นโดยไม่ชักช้า ระยะประมวลผลและเก็บรักษาแต่ละประเภทมีดังนี้

① การสมัครและจัดการสมาชิกเว็บไซต์: จนกว่าจะยกเลิกสมาชิก

② การให้สินค้าหรือบริการ: จนส่งมอบสินค้าหรือบริการและชำระเงินหรือปิดบัญชีเสร็จ

(2) อย่างไรก็ตาม หากจำเป็นต้องเก็บตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บริษัทจะเก็บข้อมูลสมาชิกตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดดังต่อไปนี้

① บันทึกเกี่ยวกับสัญญาหรือการถอนการเสนอซื้อ เป็นต้น

- เหตุผลการเก็บ: กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

- ระยะเก็บ: 5 ปี

② บันทึกการชำระเงินและการจัดหาสินค้า เป็นต้น

- เหตุผลการเก็บ: กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

- ระยะเก็บ: 5 ปี

③ บันทึกข้อร้องเรียนผู้บริโภคหรือการจัดการข้อพิพาท

- เหตุผลการเก็บ: กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

- ระยะเก็บ: 3 ปี

④ บันทึกการแสดงข้อมูลและโฆษณา

- เหตุผลการเก็บ: กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

- ระยะเก็บ: 6 เดือน

⑤ บันทึกการเข้าชมบริการ

- เหตุผลการเก็บ: กฎหมายคุ้มครองความลับการสื่อสาร

- ระยะเก็บ: 3 เดือน


3. รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผลและวิธีเก็บรวบรวม

(1) รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ประมวลผล

① บริษัทเก็บข้อมูลต่อไปนี้เพื่อสมัครสมาชิก ปรึกษา สมัครบริการ เป็นต้น

- เมื่อสมัครสมาชิกทั่วไป

ข้อมูลจำเป็น: ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน ชื่อ อีเมล โทรศัพท์มือถือ วันเดือนปีเกิด และข้อมูลผู้แทนโดยชอบธรรม (กรณีผู้สมัครอายุต่ำกว่า 14 ปี)

ข้อมูลทางเลือก: เพศ

- เมื่อสั่งสินค้า

ข้อมูลจำเป็น: ข้อมูลคำสั่งซื้อ (ชื่อ อีเมล โทรศัพท์มือถือ) ข้อมูลจัดส่ง (ชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์มือถือ) และรหัสผ่านตรวจคำสั่งซื้อ (กรณีผู้สั่งไม่ได้เป็นสมาชิก)

ข้อมูลทางเลือก: โทรศัพท์พื้นฐาน

- เมื่อเข้าสู่ระบบอย่างง่ายด้วย Kakao

ข้อมูลจำเป็น: ชื่อ

- เมื่อเข้าสู่ระบบอย่างง่ายด้วย Naver

ข้อมูลจำเป็น: ชื่อผู้ใช้ ชื่อ อีเมล

ข้อมูลทางเลือก: ชื่อเล่น วันเกิด

② ระหว่างใช้บริการหรือดำเนินธุรกิจ อาจมีการสร้างและเก็บข้อมูลดังต่อไปนี้

- ประวัติใช้บริการ บันทึกการเข้าถึง คุกกี้ ข้อมูล IP ที่เชื่อมต่อ ประวัติชำระเงิน ประวัติระงับใช้งาน และประวัติใช้งานโดยมิชอบ

(2) วิธีเก็บรวบรวม

- เว็บไซต์ แบบฟอร์มกระดาษ กระดานข้อความ อีเมล สมัครกิจกรรม คำขอจัดส่ง โทรศัพท์ โทรสาร ข้อมูลจากพันธมิตร และเครื่องมือเก็บข้อมูลที่สร้างขึ้น


4. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี

(1) เมื่อเก็บข้อมูลเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี บริษัทจะขอความยินยอมผู้แทนโดยชอบธรรมและเก็บข้อมูลขั้นต่ำที่จำเป็นต่อบริการนั้น

- ข้อมูลจำเป็น: [ระบุข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บผ่านแบบยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม]

(2) เมื่อเก็บข้อมูลเด็กอายุต่ำกว่า 14 ปี บริษัทอาจขอข้อมูลขั้นต่ำจากเด็ก เช่น ชื่อและข้อมูลติดต่อผู้แทนโดยชอบธรรม และตรวจว่าผู้แทนที่ชอบด้วยกฎหมายยินยอมด้วยหนึ่งในวิธีต่อไปนี้

- ให้ผู้แทนโดยชอบธรรมแสดงการยินยอมบนเว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาความยินยอม แล้วผู้ควบคุมข้อมูลแจ้งทางข้อความมือถือของผู้แทนว่าได้ตรวจสอบการยินยอมนั้นแล้ว

- ให้ผู้แทนโดยชอบธรรมแสดงการยินยอมบนเว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาความยินยอม และรับข้อมูลบัตร เช่น บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตของผู้แทน

- ให้ผู้แทนโดยชอบธรรมแสดงการยินยอมบนเว็บไซต์ที่เผยแพร่เนื้อหาความยินยอม และยืนยันตัวตนผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การยืนยันด้วยโทรศัพท์มือถือของผู้แทน

- มอบเอกสารเนื้อหาความยินยอมแก่ผู้แทนโดยชอบธรรมโดยตรง หรือส่งทางไปรษณีย์หรือโทรสาร แล้วให้ผู้แทนลงชื่อหรือประทับตรายินยอมและส่งกลับ

- ส่งอีเมลที่มีเนื้อหาความยินยอม แล้วรับอีเมลตอบแสดงเจตนายินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม

- แจ้งเนื้อหาความยินยอมทางโทรศัพท์แก่ผู้แทนโดยชอบธรรมและขอความยินยอม หรือแจ้งวิธีตรวจสอบเนื้อหา เช่น ที่อยู่เว็บไซต์ แล้วโทรอีกครั้งเพื่อขอความยินยอม

- วิธีอื่นที่เทียบเท่าข้างต้นเพื่อแจ้งเนื้อหาความยินยอมแก่ผู้แทนโดยชอบธรรมและตรวจสอบเจตนายินยอม


5. การให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม

(1) บริษัทประมวลผลข้อมูลเฉพาะในขอบเขตที่ระบุข้อ 1 (วัตถุประสงค์การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล) และให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สามเฉพาะกรณีตามมาตรา 17 และ 18 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เจ้าของข้อมูลยินยอมหรือมีบทกฎหมายเฉพาะ

(2) บริษัทให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สามดังต่อไปนี้

ชื่อบุคคลที่สามผู้รับข้อมูลวัตถุประสงค์การให้ข้อมูลรายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้ระยะเก็บและใช้ข้อมูลของผู้รับ
[ชื่อบุคคลที่สามผู้รับข้อมูล][วัตถุประสงค์การให้ข้อมูล][รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่ให้][ระยะเก็บและใช้ข้อมูลของผู้รับ]

(3) ตาม “หลักเกณฑ์การประมวลผลและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในภาวะฉุกเฉิน” ที่หน่วยงานรัฐเกี่ยวข้องประกาศร่วมกัน หากเกิดภาวะฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติ โรคติดเชื้อ เหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่ก่ออันตรายเร่งด่วนต่อชีวิตหรือร่างกาย หรือความสูญเสียทรัพย์สินเร่งด่วน บริษัทอาจให้ข้อมูลแก่หน่วยงานเกี่ยวข้องโดยไม่ขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

สำหรับรายละเอียดที่นี่*โปรดคลิกเพื่อตรวจสอบ


6. การมอบหมายประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

(1) บริษัทมอบหมายงานประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับข้อมูลเป็นไปอย่างราบรื่น

ผู้รับจ้างประมวลผล
งานที่มอบหมาย
Cafe24 Corp.
จัดหาระบบและดูแลบำรุงรักษาบริการโฮสติ้งร้านค้าออนไลน์

(2) เมื่อทำสัญญามอบหมาย บริษัทระบุเป็นเอกสาร เช่น สัญญา ตามมาตรา 26 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เกี่ยวกับการห้ามประมวลผลนอกวัตถุประสงค์งานที่มอบหมาย มาตรการคุ้มครองทางเทคนิคและการบริหาร ข้อจำกัดการมอบหมายต่อ การจัดการและกำกับผู้รับจ้าง และความรับผิด เช่น ค่าเสียหาย พร้อมกำกับว่าผู้รับจ้างประมวลผลอย่างปลอดภัยหรือไม่

(3) หากเนื้อหางานหรือผู้รับจ้างเปลี่ยน จะเปิดเผยผ่านนโยบายนี้โดยไม่ชักช้า


7. ขั้นตอนและวิธีทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลไม่จำเป็นอีก เช่น หมดระยะเก็บหรือบรรลุวัตถุประสงค์ บริษัทจะทำลายข้อมูลนั้นโดยไม่ชักช้า

(1) ขั้นตอนการทำลาย

① หากยังต้องเก็บตามกฎหมายอื่น แม้หมดระยะเก็บที่เจ้าของข้อมูลยินยอมหรือบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว จะย้ายข้อมูลไปฐานข้อมูล (DB) แยก หรือแยกสถานที่เก็บรักษา

② ข้อมูลที่ย้ายไป DB แยกจะไม่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น เว้นแต่เป็นกรณีตามกฎหมาย

(2) วิธีทำลาย

① ข้อมูลรูปแบบไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ใช้วิธีทางเทคนิคที่ไม่สามารถกู้คืนบันทึกได้

② ข้อมูลส่วนบุคคลที่พิมพ์บนกระดาษทำลายด้วยเครื่องย่อยหรือการเผา


8. สิทธิ หน้าที่ และวิธีใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลและผู้แทนโดยชอบธรรม

(1) เจ้าของข้อมูลใช้สิทธิต่อบริษัทเพื่อขอเข้าถึง แก้ไข ลบ ระงับการประมวลผลข้อมูล เป็นต้น ได้ทุกเมื่อ

(2) เพื่อตรวจดูหรือแก้ไขข้อมูล ให้คลิก “เปลี่ยนข้อมูลส่วนบุคคล” (หรือ “แก้ไขข้อมูลสมาชิก” เป็นต้น) และเพื่อยกเลิกสมาชิก (ถอนความยินยอม) ให้คลิก “ยกเลิกสมาชิก” หลังผ่านขั้นยืนยันตัวตน สามารถตรวจดู แก้ไข หรือยกเลิกได้ด้วยตนเอง

(3) หรือหากติดต่อผู้รับผิดชอบคุ้มครองข้อมูลเป็นหนังสือ โทรศัพท์ หรืออีเมล เราจะดำเนินการโดยไม่ชักช้า

(4) การใช้สิทธิตามวรรค 1 อาจทำผ่านผู้แทน เช่น ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้รับมอบอำนาจ ในกรณีนี้ต้องยื่นหนังสือมอบอำนาจตามแบบแนบท้าย 11 ของ “ประกาศวิธีประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับที่ 2020-7)”

(5) สิทธิขอเข้าถึงหรือระงับการประมวลผลอาจถูกจำกัดตามมาตรา 35 วรรค 4 และมาตรา 37 วรรค 2 แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ส่วนคำขอแก้ไขหรือลบ หากกฎหมายอื่นระบุให้เก็บข้อมูลนั้น จะไม่สามารถขอให้ลบได้

(6) เมื่อมีคำขอเข้าถึง แก้ไข ลบ หรือระงับการประมวลผลตามสิทธิ บริษัทจะตรวจว่าผู้ขอเป็นเจ้าของข้อมูลหรือผู้แทนที่มีอำนาจโดยชอบ


9. มาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทดำเนินมาตรการดังต่อไปนี้เพื่อรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล

(1) มาตรการบริหาร: จัดทำและใช้แผนบริหารภายใน มีหน่วยงานเฉพาะ และอบรมพนักงานเป็นประจำ

(2) มาตรการทางเทคนิค: จัดการสิทธิเข้าถึงระบบประมวลผลข้อมูล ติดตั้งระบบควบคุมการเข้าถึง เข้ารหัสข้อมูลส่วนบุคคล และติดตั้งพร้อมอัปเดตโปรแกรมความปลอดภัย

(3) มาตรการทางกายภาพ: ควบคุมการเข้าถึงห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเก็บเอกสาร เป็นต้น


10. การติดตั้ง การใช้งาน และการปฏิเสธอุปกรณ์เก็บข้อมูลส่วนบุคคลอัตโนมัติ

บริษัทใช้ “คุกกี้ (cookie)” ที่เก็บข้อมูลการใช้งานและเรียกใช้อยู่เป็นระยะ เพื่อให้บริการเฉพาะบุคคล คุกกี้เป็นข้อมูลขนาดเล็กที่เซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์ส่งไปยังเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ผู้ใช้ และอาจเก็บในฮาร์ดดิสก์ของคอมพิวเตอร์ผู้ใช้

(1) วัตถุประสงค์การใช้คุกกี้

ใช้ตรวจรูปแบบการเข้าชมและใช้บริการหรือเว็บไซต์ คำค้นยอดนิยม และการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย เป็นต้น เพื่อให้ข้อมูลที่เหมาะสมที่สุดแก่ผู้ใช้

(2) การติดตั้ง ใช้งาน และปฏิเสธคุกกี้

สามารถปฏิเสธการเก็บคุกกี้ผ่านการตั้งค่าตัวเลือกในเมนู เครื่องมือ > ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต > ความเป็นส่วนตัว ด้านบนเว็บเบราว์เซอร์

อย่างไรก็ตาม หากปฏิเสธคุกกี้ อาจใช้บริการเฉพาะบุคคลได้ไม่สะดวก


11. ผู้รับผิดชอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

(1) บริษัทแต่งตั้งผู้รับผิดชอบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ เพื่อรับผิดชอบภาพรวมการประมวลผล และจัดการข้อร้องเรียนกับเยียวยาความเสียหายของเจ้าของข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

o ผู้รับผิดชอบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อ: พญ. Jungha Kang
สังกัด: ทีมบริหาร
หมายเลขโทรศัพท์: 02-511-7674
อีเมล: sulskin@naver.com

(2) เจ้าของข้อมูลสามารถสอบถามผู้รับผิดชอบคุ้มครองข้อมูลและเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับทุกเรื่องการคุ้มครองข้อมูล การจัดการข้อร้องเรียน หรือการเยียวยาความเสียหายที่เกิดระหว่างใช้บริการ บริษัทจะตอบและดำเนินการตามข้อสอบถามโดยไม่ชักช้า


12. วิธีเยียวยาการละเมิดสิทธิและผลประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล

(1) เพื่อขอเยียวยาการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล สามารถยื่นขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทหรือปรึกษาต่อคณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทข้อมูลส่วนบุคคล ศูนย์รับแจ้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของสำนักงานส่งเสริมอินเทอร์เน็ตและความมั่นคงปลอดภัยเกาหลี เป็นต้น สำหรับการแจ้งหรือปรึกษาเรื่องอื่น โปรดติดต่อหน่วยงานต่อไปนี้

คณะกรรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทข้อมูลส่วนบุคคล: 1833-6972 (ไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่) (privacy.go.kr)

ศูนย์รับแจ้งการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล: 118 (ไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่) (privacy.kisa.or.kr)

สำนักงานอัยการสูงสุด: 1301 (ไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่) (www.spo.go.kr)

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ: 182 (ไม่ต้องใส่รหัสพื้นที่) (ecrm.cyber.go.kr)

(2) ผู้ที่สิทธิหรือผลประโยชน์ถูกละเมิดจากคำสั่งหรือการละเว้นของหัวหน้าหน่วยงานรัฐต่อคำขอตามมาตรา 35 (เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล) มาตรา 36 (แก้ไขหรือลบข้อมูลส่วนบุคคล) และมาตรา 37 (ระงับการประมวลผล เป็นต้น) แห่งกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล สามารถยื่นอุทธรณ์ทางปกครองตามกฎหมายอุทธรณ์ทางปกครอง

※ รายละเอียดการอุทธรณ์ทางปกครอง โปรดดูเว็บไซต์คณะกรรมการอุทธรณ์ทางปกครองกลาง (www.simpan.go.kr)


13. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายความเป็นส่วนตัวนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2025